Tuesday, 17 May 2011

ทำอาชีพโฆษณา...บาปมั๊ย

โกหก ตอแหล หลอกลวง ยั่วกิเลส มัวเมา...
สารพัด สารพันที่คนทำอาชีพโฆษณาจะถูกประนามจากสาธารณชน
ซึ่งในความเป็นจริง 99.99% ของเนื้องานก็มีแนวโน้มที่จะทำให้เราต้องทำบาปอยู่เสมอๆ
โฆษณาสรรพคุณเกินจริง ประเภท...พิสูจน์แล้วเห็นผลจริงใน7วัน 100% ผู้หญิงกว่า 9ใน10 เห็นด้วย
โฆษณาให้คนเสพ ดื่มสุรา กินเหล้าแล้วเท่ เพื่อนรัก สาวหลง เป็นคนมีคาแรกเตอร์ เป็นคนดีของสังคม
โฆษณาที่ทำให้คนต้องการสิ่งที่จริงๆเขาไม่ต้องการ ยั่วต่อมกิเลสให้ต้องไปดิ้นรนหาเงิน กู้หนี้ ยืมสินมา
โฆษณาที่ล้างสมองให้ผู้หญิงต้องขาว หน้าเด้ง หุ่นผอม นมใหญ่ สูงโปร่ง หน้าเกาหลี
โฆษณาที่เอาเซ๊กส์มายั่วผู้ชายให้เงี่ยน หงี่
โฆษณาที่บอกว่าเปลี่ยนสูตรใหม่ เพิ่มส่วนประกอบ ปรับปรุงประสิทธิภาพ แต่จริงๆแค่เปลี่ยนแพคเกจจิ้ง
โฆษณาที่บอกว่าลดราคา แต่จริงๆแอบไปลดปริมาณหรือลดคุณภาพมาก่อนแล้ว
โฆษณาที่ไม่สนใจจิตใจของผู้คน เหยียดหยามเพศที่สาม ล้อคนบ้านนอก มองข้ามวัฒนธรรมอันดี
โฆษณาที่ปลูกฝังค่านิยมอันเลวให้เด็กๆ
หลายๆคนเห็นโฆษณาเท่ากับคำว่าโกหก แค่ขึ้นอยู่ว่าครีเอทีฟโกหกได้เก่งแค่ไหน
บางคนเก่งถึงขนาดว่า คนดูโฆษณารู้ทั้งรู้ว่ากำลังฟังคำโกหกแต่ก็ยินยอมโดยดุษฎีให้โดนหลอก
ก็่ว่ากันไป...

แต่วันนี้เราไม่ได้จะมาสอนกันว่าต้องทำยังไงให้โกหกแล้วคนเชื่อ
แต่ที่อยากจะรู้ก็คือ...มีโฆษณาที่ทำให้ได้บุญ บ้างมั้ย
แหง..ถ้าทำโฆษณารณรงค์เพื่อสังคม บริจาค ช่วยสัตว์ ก็คงได้บุญอยู่แล้ว
แต่ถ้าพูดถึงโฆษณาทั่วๆไป มีวิธีมั๊ยที่จะทำอาชีพโฆษณาอย่างได้บุญ หรืออย่างน้อยก็ให้บาปน้อยที่สุด

ไม่มีคำตอบ มีแต่คำถาม...

2 comments:

  1. เราทำงานที่ดีต่อคนได้ด้วยสมองของเรานะ เขียนด้วยเท้า ลบด้วยมือ ดีมั้ย

    ReplyDelete
  2. ตอนคิดและทำโฆษณา เราระลึกและทำด้วย good faith แม้บางครั้งเจ้านายหรือลูกค้าไม่ยอม อยากให้หลอกลวง ถ้าเราต้านได้เราก็ต้าน ต้านไม่ได้ก็ต้องยอม เราคนเดียวเปลี่ยนโลกเปลี่ยนสังคมได้ยากยิ่ง เพียงแต่ทำตามความเชื่อและคุณค่าของเราให้มากที่สุดเท่าที่จะมีแรง

    กูว่านี่ก็คือทำบุญแล้วว่ะ

    ผู้บริโภคเองก็มีภาระในส่วนของเขาในการแยกแยะพิจารณา เพราะฉะนั้น ไม่ใช่เราคนเดียวที่ต้องรับผิดชอบต่อบาป(ถ้ามี)

    ReplyDelete