เคยมั๊ยครับ
ลูกค้ามีงบมีเดีย 10ล้าน งบโปรดักชั่น 3ล้าน งบจ้างเซเลปอีก 12ล้าน
...แม่ง
คิดอะไรกันอยู่ครับ
เอาเงินไปเผาเล่นทำไม
เอาเป้มาโฆษณา เอาเคนมายืนแอ๊ก เอาอั้มมาโชว์โป๊
แล้วมันตอบคำถามได้ทุกอย่างเลยรึไง
แล้วไอ้ดาราพวกนี้มันก็โฆษณาให้ทุกยี่ห้อเลย ทีงี้ไม่ติด
แต่พอทำบอร์ดตลกไปขาย บอกผิดแบรนด์ไกด์ไลน์
ผมว่าๆสาเหตุง่ายๆ มาจากเพราะบรรดามาร์เกตเตอร์บ้านเรา
กลับบ้านก็ดูละคร เสาร์อาทิตย์ก็ดูละคร ฝันก็เป็นละคร ว่างก็อ่านแมกกาซีนละคร
คนเราเสพอะไร ก็มักจะเป็นอย่างนั้น
จริงๆแล้ว การใช้ดาราหรือ ศัพท์การตลาดที่ว่า Influencer นี้
ถ้าใช้ให้ดี ให้มีไอเดีย เอาให้เหมาะกับสิ่งที่กำลังจะสื่ิอสาร ก็ไม่ได้น่าเกลียดอะไร
ไม่ใช่ อะไรๆก็เคน เฮ้อ...หดหู่
ลองดูพวกไนกี้ อาดิดาส พวกนี้ใช้เซเลปตลอด แต่ทำออกมาแล้วดูเนียน
บทพูด เรื่องราว ไอเดีย มันส่งให้ไม่ใช้ดาราคนนี้ไม่ได้แล้ว
ที่ชอบที่สุดคือ ตอนไทเกอร์วูด ถูกจับได้ว่ามีชู้เต็มบ้าน เต็มเมือง
กำลังอยู่ในช่วงตกตำ่สุดๆ
ไนกี้แกทำโฆษณากอล์ฟออกมา เป็นไทเกอร์ยืนก้มหน้า แล้วเอาเสียงฟุตเทจจริงของพ่อที่ตายไปแล้ว
ที่พูดสั่งสอนลูก ประมาณว่า "เราได้เรียนรู้อะไรบ้างจากสิ่งที่ทำไป" ...จึก
บ้านเราที่ใช้โดมมาโฆษณา หล่อฮั่งก๋วย ก็ยังดีนะ
อย่างน้อยก็ให้ชัวร์ว่า...
เราเลือกพรีเซนเตอร์ ไม่ใช่ให่้พรีเซนเตอร์เลือกเรา
เห็นด้วยเรื่องการเลือกดาราเป็นพรีเซนเตอร์ น่าจะมีไอเดียดีๆ เพราะเวลาดูแล้วมันจะรู้สึกว่าเท่มาก และ "จึก" เข้าไปทำให้จำได้ แต่รู้สึกว่าดาราไทยเองก็จะไม่ค่อยคิดในแง่ที่ว่าอิมเมจสอดคล้องหรืออยากสร้างอิมเมจให้แข็งขึ้นด้วยการรับโฆษณาหรือเปล่า อย่างบางคนรับหลายอย่างหลายทิศทาง เราเลยไม่มีอิมเมจชัดเจนกับตัวเขาว่าจะเป็นสัญลักษณ์ของคนทันสมัย คนรักครอบครัว คนรักสุขภาพ หรืออะไรกันแน่
ReplyDelete